ถ้ำพระนางตั้งอยู่ที่หาดถ้ำพระนาง ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ เป็นถ้ำธรรมชาติริมทะเลอันดามันที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จัก ภายในถ้ำเล็กๆ ปากเปิดสู่ทะเลแห่งนี้คือ "ศาลเจ้าแม่พระนาง" ที่เต็มไปด้วย "ปลัดขิก" ไม้แกะสลักรูปอวัยวะเพศชายนับพันชิ้นวางถวายอยู่รอบศาล กลายเป็นจุดแปลกตาที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจ ตำนานที่เล่าสืบกันในกระบี่มีหลายสำนวน สำนวนที่นิยมเล่ากันมากที่สุดคือเรื่องของ "ตายม" ชายผู้มีบุตรยาก จึงไปบนบานต่อพญานาคผู้รักษาเขตทะเลแถบนี้ ขอบุตรคนหนึ่ง พญานาครับคำขอ แต่มีข้อแม้ว่าหากบุตรที่เกิดมาเป็นหญิง เธอจะต้องแต่งงานกับโอรสของพญานาคเมื่อเติบใหญ่ กาลต่อมาตายมได้บุตรสาวสมความปรารถนา ตั้งชื่อว่า "นาง" เมื่อโตเป็นสาว นางกลับตกหลุมรัก "บุญ" ลูกชาวประมงในหมู่บ้านเดียวกัน และทั้งสองตัดสินใจแต่งงานกันโดยไม่สนข้อสัญญาของบิดา ในวันแต่งงาน พญานาคทราบข่าวก็เกิดความแค้นและพิโรธอย่างหนัก สาปทุกสิ่งทุกอย่างในพิธีให้กลายเป็นหิน เรือนหอกลายเป็นถ้ำ บ่าวสาวกลายเป็นหินงอกหินย้อยภายในถ้ำ และตัวนางผู้เป็นเจ้าสาวก็ถูกสาปให้สิงสถิตอยู่ในถ้ำแห่งนี้ตลอดกาล ชาวเลและชาวประมงในแถบนี้เชื่อว่า "เจ้าแม่พระนาง" คือดวงวิญญาณของเจ้าสาวผู้นั้นซึ่งสถิตในถ้ำ คอยปกปักรักษาผู้คนที่อาศัยทะเล ทุกครั้งก่อนออกเรือชาวประมงจะมาจุดธูปขอพรให้ปลอดภัยและจับปลาได้มากๆ บางคืนเดือนมืดจะปรากฏ "พรายน้ำ" ส่องแสงระยิบในอ่าวพระนาง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นนิมิตของเจ้าแม่ ตำนานเรื่องปลัดขิกมีที่มาว่า เนื่องจากเจ้าแม่พระนางเป็นหญิงสาวที่ถูกพรากจากความรักของตน จึงโหยหา "ความเป็นชาย" ของคู่หมั้นที่ไม่ได้ครองคู่ ชาวประมงสมัยโบราณจึงนิยมแกะสลักไม้เป็นรูปปลัดขิก ถวายเป็น "เครื่องอุดมพันธุ์" เพื่อช่วยให้ดวงวิญญาณของเจ้าแม่อิ่มเอม และดลบันดาลให้ผู้ถวายมีบุตร มีเงินทอง ออกเรือจับปลาได้ผลดี ความเชื่อนี้สืบทอดมาจนปัจจุบัน ผู้คนนิยมมาขอพรที่ศาลถ้ำพระนางในเรื่อง "ความรักที่ติดขัด" โดยเฉพาะผู้ที่ถูกครอบครัวกีดกัน หรือมีอุปสรรคในความรัก เพราะเชื่อว่าเจ้าแม่ผู้เคยถูกพรากจะเข้าใจและช่วยเหลือ อีกเรื่องที่คนมาขอคือ "การมีบุตร" ตามตำนานของตายมและความหมายของปลัดขิก รวมถึงขอ "ความปลอดภัยในการเดินทางทางทะเล" สำหรับชาวเรือและนักท่องเที่ยว ทำให้ถ้ำเล็กๆ ริมหาดแห่งนี้กลายเป็นมุมลับสายมูที่ทั้งคนไทยและต่างชาติต้องมาเช็คอินสักครั้ง
ตำนานและเรื่องเล่า
เรื่องเล่าและความเชื่ออาจมีหลายสำนวน ที่เล่าไว้ตรงนี้คือสำนวนที่นิยมกัน






