วัดอินทาราม: ลอดโบสถ์ปัดเป่าอุปสรรคและสะเดาะเคราะห์
วัดอินทารามในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจุดหมายของคนที่อยากสะเดาะเคราะห์และปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และเป็นจุดเสริมสิริมงคลในเส้นทางไหว้พระของจังหวัด กิจกรรมเด่นคือลอดโบสถ์พลิกชีวิต ซึ่งผู้มาไหว้ถือเป็นพิธีสำคัญในการเปิดศักราชใหม่
นอกจากการลอดโบสถ์แล้ว การตักบาตรข้าวสารยังเป็นกิจกรรมเสริมบารมีที่นิยมทำที่วัดแห่งนี้ ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ขอให้ผ่านพ้นอุปสรรค หรือขอความคุ้มครองในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญมักเลือกมาที่วัดอินทาราม เนื่องจากสอดคล้องกับความเชื่อเรื่องการชำระล้างสิ่งที่ไม่ดีออกจากชีวิต
ถ้าจะทำพิธีที่วัดจัดไว้ ควรทำตามลำดับขั้นตอนที่ทางวัดกำหนด ไม่แทรกคิวผู้อื่น และวางของไหว้เฉพาะในจุดที่วัดจัดเตรียม เพื่อความเป็นระเบียบและเคารพต่อความศรัทธาของผู้มาไหว้ร่วมกัน
วัดพนัญเชิงวรวิหารและวัดสะตือ: สองหลวงพ่อโตแห่งอยุธยา
วัดพนัญเชิงวรวิหารเป็นวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำป่าสักที่สร้างมาก่อนการก่อตั้งกรุงศรีอยุธยา จุดศรัทธาหลักคือหลวงพ่อโตหรือพระพุทธไตรรัตนนายก พระพุทธรูปขนาดใหญ่ในศิลปะอู่ทองตอนปลายที่ชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพในนามซำปอกง วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการขอความมั่นคง ความร่มเย็น และสิริมงคลก่อนเริ่มต้นเรื่องสำคัญในชีวิต
วัดสะตือที่อำเภอท่าเรือเชื่อมโยงกับศรัทธาในหลวงพ่อโตและสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี และอยู่ในกลุ่ม 9 เกจิ วัดดัง เหมาะกับการขอพรเรื่องบารมี ความเป็นสิริมงคล สุขภาพจิตใจ และการคุ้มครองให้ชีวิตดำเนินไปอย่างราบรื่น บรรยากาศวัดเงียบสงบต่างจากวัดในตัวเมือง เหมาะกับการมาตั้งจิตอธิษฐานอย่างมีสมาธิ
ทั้งสองวัดล้วนมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นศูนย์กลางของการสักการะ ด้วยความเชื่อดั้งเดิมว่าพระพุทธรูปขนาดใหญ่มีอิทธิพลกว้างไกล หลายคนจึงนิยมมาไหว้ทั้งสองแห่งในคราวเดียวเพื่อเสริมสิริมงคลให้ครบถ้วน
วัดหน้าพระเมรุและวัดพุทธไธสวรรย์: โบราณสถานที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลา
วัดหน้าพระเมรุเป็นวัดเดียวในอยุธยาที่ไม่ถูกพม่าเผาทำลายในปี พ.ศ. 2310 เพราะกองทัพพม่าใช้เป็นที่ตั้งค่ายพักรบ ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ พระพุทธรูปสำริดทรงเครื่องกษัตริย์สมัยอยุธยาตอนกลางที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยประวัติศาสตร์ที่ต่อเนื่องไม่ขาดสาย ผู้ศรัทธาจึงมองว่าวัดแห่งนี้มีพลังคุ้มครองเป็นพิเศษ
วัดพุทธไธสวรรย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นวัดแรกที่สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ทรงสร้างใน พ.ศ. 1896 ในปีแรกของการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ ยอดเจดีย์ทรงปรางค์แบบเขมรที่มีอายุกว่า 670 ปียังคงตั้งตระหง่านริมสายน้ำ การมาสักการะที่นี่จึงเหมือนได้ขอพรบนผืนดินที่เป็นจุดเริ่มต้นของราชอาณาจักร
วัดทั้งสองแห่งอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร ผู้มาเยือนควรเคารพกฎระเบียบโบราณสถาน ไม่ปีนป่ายสิ่งก่อสร้าง และกราบด้วยความสงบ ช่วงเช้า 08:00–11:00 น. แสงธรรมชาติดีที่สุดสำหรับชมพระพุทธรูปและจิตรกรรมภายใน
วัดใหญ่ชัยมงคลและวัดพระงาม: บารมีและคุ้มครองเส้นทางชีวิต
วัดใหญ่ชัยมงคลโดดเด่นด้วยเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่และพระนอนบริเวณทางเข้า และอยู่ในเส้นทางไหว้ 9 วัดอยุธยา เหมาะสำหรับผู้ที่ขอพรเรื่องชัยชนะ ความสำเร็จในการงาน และการมีบารมีคุ้มครองในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ บรรยากาศวัดยังเหมาะกับการศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเก่าควบคู่ไปด้วย
วัดพระงามเป็นอีกจุดในเส้นทางสายมูพระนครศรีอยุธยา จุดเด่นคือประตูแห่งกาลเวลา คนมักมาขอพรเรื่องการคุ้มครองในการเดินทาง การเริ่มต้นใหม่ และความสำเร็จทางการเรียนและการงาน เหมาะกับผู้ที่กำลังก้าวผ่านช่วงเปลี่ยนแปลงและต้องการพลังใจในการเดินหน้าต่อ
วัดใหญ่ชัยมงคลและวัดพระงามตั้งอยู่ในอำเภอเมืองเช่นเดียวกับวัดส่วนใหญ่ในรายการนี้ จึงวางเส้นทางรวมกับวัดอื่น ๆ ในคราวเดียวได้สะดวก ถ้าอยากไหว้ให้ครบทุกแห่งในอยุธยา ควรจัดวัดสะตือไว้เป็นจุดแรกหรือจุดสุดท้าย เพราะตั้งอยู่อีกอำเภอหนึ่ง








