ไหว้พระพรหมครบสี่หน้า
เริ่มไหว้จากพระพักตร์แรก แล้วเวียนตามเข็มนาฬิกาให้ครบสี่ทิศ โดยตั้งจิตให้ตรงกับเรื่องที่ขอ: งานและการเรียน, ทรัพย์สิน, ครอบครัวและสุขภาพ, โชคลาภและบุตร
ศาลท้าวมหาพรหมใจกลางราชประสงค์ เป็นหนึ่งในจุดสักการะที่มีผู้ศรัทธาเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง พระพรหมมีสี่พระพักตร์และแปดพระกร ผู้คนมักไหว้ครบทั้งสี่ทิศเพื่อขอพรด้านงาน ทรัพย์สิน ครอบครัว สุขภาพ โชคลาภ และบุตร
วิธีไหว้และบทสวดด้านล่าง โปรดใช้วิจารณญาณประกอบ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถานที่
เริ่มไหว้จากพระพักตร์แรก แล้วเวียนตามเข็มนาฬิกาให้ครบสี่ทิศ โดยตั้งจิตให้ตรงกับเรื่องที่ขอ: งานและการเรียน, ทรัพย์สิน, ครอบครัวและสุขภาพ, โชคลาภและบุตร
ในปี พ.ศ. 2494 พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ ได้ริเริ่มสร้างโรงแรมเอราวัณบริเวณสี่แยกราชประสงค์ เพื่อรองรับแขกต่างประเทศที่จะเดินทางมาในงานสำคัญของประเทศ แต่ในช่วงแรกของการก่อสร้าง เกิดอุบัติเหตุขึ้นซ้ำๆ คนงานบาดเจ็บล้มตายไม่หยุด วัสดุที่นำเข้ามาก็เกิดเหตุประหลาด การก่อสร้างเดินช้าผิดปกติ ปลายปี พ.ศ. 2499 เมื่อโรงแรมใกล้จะแล้วเสร็จ บริษัทผู้บริหารโรงแรมจึงเชิญ พลเรือตรี หลวงสุวิชานแพทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการนั่งทางในเข้ามาตรวจสอบ ท่านท้วงติงว่าในการก่อสร้างไม่ได้ทำพิธีบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางในบริเวณนั้นก่อน ทั้งตำแหน่งที่ตั้งและฤกษ์เปิดโรงแรมยังไม่เหมาะ จึงต้องสร้างศาลพระพรหมเพื่อแก้เหตุร้ายให้กลับเป็นมงคล ทางโรงแรมจึงว่าจ้าง ระวี ชมเสรี และ หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล ออกแบบตัวศาล ส่วนรูปเทพ "ท้าวมหาพรหม" เดิมตั้งใจจะหล่อด้วยโลหะปิดทอง แต่ระยะเวลาจำกัดเพราะต้องเสร็จทันฤกษ์ จึงเปลี่ยนเป็นปูนปลาสเตอร์ปิดทองแทน ปั้นโดย จิตร พิมพ์โกวิท ช่างกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร อัญเชิญประดิษฐานในวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 ซึ่งทุกวันนี้นับเป็นวันคล้ายวันเกิดของศาล หลังจากนั้น เหตุประหลาดในการก่อสร้างก็หายไปอย่างน่าอัศจรรย์ พอโรงแรมเปิดกิจการก็ประสบความสำเร็จ ชื่อเสียงขจรไปไกล ผู้คนเริ่มเลื่อมใสและเดินทางมาขอพร เมื่อสมหวังก็กลับมารำแก้บน จนกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันมีชื่อเสียงทั้งในไทยและต่างประเทศ ในศาสนาฮินดู พระพรหมคือเทพแห่งการสร้าง มีสี่พระพักตร์มองออกสี่ทิศ สื่อถึงการดูแลทุกสรรพสิ่งทั่วทั้งสามภพ ผู้มาสักการะจึงนิยมไหว้ครบทั้งสี่ทิศ โดยแต่ละพระพักตร์ดูแลเรื่องต่างกัน — ทิศที่ 1 (หน้าโรงแรม) การงานการศึกษา / ทิศที่ 2 ทรัพย์สิน เงินทอง หนี้สิน / ทิศที่ 3 สุขภาพ ครอบครัว ความรัก / ทิศที่ 4 โชคลาภและบุตร ของไหว้ที่นิยมคือ ธูป 12 ดอก เทียน 1 คู่ ดอกบัว และพวงมาลัย เมื่อสมหวังแล้ว นิยมจ้างคณะนาฏศิลป์รำถวายแก้บน แต่ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ศาลแห่งนี้ก็ผ่านเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนผู้ศรัทธาทั้งประเทศมาแล้วถึงสองครั้ง ครั้งแรก เช้ามืดวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2549 ชายเสียสติคนหนึ่งบุกเข้าทุบเทวรูปด้วยค้อนจนแตกเสียหาย ก่อนถูกประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์รุมจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ การบูรณะเทวรูปขึ้นใหม่แล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน ครั้งที่สอง วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558 เวลา 18:55 น. คนร้ายวางระเบิดทีเอ็นทีน้ำหนัก 5 กิโลกรัมไว้ในศาล แรงระเบิดครอบคลุมรัศมี 30 เมตร มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 ราย บาดเจ็บกว่า 163 คน เป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนกรุงเทพฯ มากที่สุดในรอบหลายสิบปี เทวรูปเองก็เสียหายหนักจนต้องบูรณะอีกครั้ง แม้ผ่านเหตุการณ์ที่เลวร้ายถึงเพียงนี้ ศรัทธาของผู้คนต่อท้าวมหาพรหมเอราวัณก็ไม่ได้ลดลง ทุกวันยังคงมีผู้คนทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาสักการะอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่ยกย่องศาลแห่งนี้ว่าเป็น "ศาลที่ขอแล้วเห็นผล" ในระดับโลก ปัจจุบันศาลอยู่ในความดูแลของมูลนิธิทุนท่านท้าวมหาพรหม โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ ใจกลางสี่แยกราชประสงค์ ที่นี่กลายเป็นสัญลักษณ์ทั้งของศรัทธา ความสูญเสีย และการฟื้นคืน
เรื่องเล่าและความเชื่ออาจมีหลายสำนวน ที่เล่าไว้ตรงนี้คือสำนวนที่นิยมกัน
เช็คอินตอนอยู่ที่นี่ แล้วรีวิวของคุณจะได้ตรา ✓ ไปจริง คนอ่านจะรู้ว่าเขียนจากคนที่มาถึงที่จริง
ส่งเข้าคิวให้ทีมตรวจสอบก่อนแก้ข้อมูลจริง
เนื้อหาและความเชื่อในหน้านี้มีไว้เป็นข้อมูลและแรงบันดาลใจ โปรดใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล