วัดบ้านไร่ในวันนี้คือศูนย์รวมศรัทธาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน — เพราะเป็นวัดของ "หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ" พระเกจิอาจารย์ที่ผู้คนเรียกขานว่า "เทพแห่งด่านขุนทด" และ "ปราชญ์แห่งที่ราบสูง" หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ (พระเทพวิทยาคม) เกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2466 ที่บ้านไร่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ในครอบครัวชาวไร่ชนบทธรรมดา ๆ บิดามารดาเสียชีวิตตั้งแต่ท่านยังเด็ก ทำให้ต้องอาศัยอยู่กับญาติพี่น้อง ชีวิตในวัยเยาว์ยากลำบากเช่นเดียวกับเด็กบ้านนาทั่วไปในยุคนั้น ในวัย 21 ปี ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ และฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อแดง พระนักปฏิบัติทั้งทางคันถธุระและวิปัสสนากรรมฐาน ที่วัดหนองโพธิ์ ต่อมาหลวงพ่อแดงได้พาท่านไปฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อคง พุทฺธโร เพื่อเรียนวิปัสสนาขั้นลึก ท่านได้ออกธุดงค์เดินเท้าไปทั่วประเทศ ทั้งในไทย ลาว และกัมพูชา ฝึกตนเองทั้งทางจิตและการครองชีวิตอย่างเรียบง่ายเป็นเวลายาวนาน เมื่อกลับมายังบ้านเกิด ท่านตัดสินใจอยู่จำพรรษาที่วัดบ้านไร่ — วัดเก่าแก่ที่ตอนนั้นยังเป็นวัดเล็ก ๆ ในชนบทที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก ท่านเริ่มพัฒนาวัดและชุมชนทีละเล็กละน้อย สร้างพระอุโบสถ กุฏิสงฆ์ ขุดสระน้ำเพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ จากนั้นจึงขยายการพัฒนาออกไปยังชุมชนรอบ ๆ สร้างโรงเรียนให้เด็ก ๆ ได้เรียน โรงพยาบาลให้ชาวบ้านได้รักษา แม้กระทั่งสร้างสถานีตำรวจในพื้นที่ เอกลักษณ์ที่ทุกคนจดจำได้คือท่าทาง "นั่งยอง" และวาจาที่เรียบง่ายตรงไปตรงมา ใช้สรรพนาม "กู" และ "มึง" — เป็นภาษาบ้านนอกอีสานแท้ ๆ ที่ไม่มีพระเกจิรูปใดในยุคนั้นกล้าใช้ แต่กลับทำให้ท่านเข้าถึงคนทุกระดับ ตั้งแต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินไปจนถึงชาวบ้านข้างถนน คำสอนของท่านสั้น คม และเข้าใจง่าย เช่น "เอ็งทำดี เอ็งก็ได้ดี" หรือ "อยู่เฉย ๆ ก็ตายเหมือนกัน ทำดีไว้ก่อน" เมื่อมีคนเริ่มมาขอวัตถุมงคล ท่านก็จัดสร้างพระเครื่องและเหรียญหลายรุ่น เพื่อนำรายได้ทั้งหมดมาบริจาคต่อให้สถาบันการกุศล โรงพยาบาล โรงเรียน วัด และมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ตลอดชีวิตของท่าน คาดว่ายอดเงินที่ท่านบริจาคให้กับสาธารณกุศลรวมแล้วเกินกว่า 4,000 ล้านบาท — เป็นพระเกจิที่บริจาคเงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดบ้านไร่เพื่อทรงนมัสการหลวงพ่อ และทรงรับเงินบริจาคจำนวน 72 ล้านบาท ในโอกาสที่หลวงพ่อมีอายุครบ 6 รอบ หลวงพ่อคูณมรณภาพอย่างสงบเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 รวมอายุได้ 92 ปี ตามพินัยกรรมที่ท่านได้ทำไว้ตั้งแต่ยังมีชีวิต ท่านได้บริจาคสรีระของท่านให้กับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเป็น "อาจารย์ใหญ่" สำหรับนักศึกษาแพทย์ได้ศึกษาเรียนรู้ — เป็นการให้ทานครั้งสุดท้ายในชีวิตของท่าน ในวันพระราชทานเพลิงศพปี พ.ศ. 2562 มีผู้คนจากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมงานนับล้านคน เป็นภาพที่สะท้อนความศรัทธาของชาวไทยที่มีต่อท่านอย่างชัดเจน ทุกวันนี้ผู้คนยังคงเดินทางมายังวัดบ้านไร่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสักการะรูปเหมือนหลวงพ่อคูณที่ประดิษฐานในวัด ขอพรเรื่องการให้ทาน บารมี การงาน และโชคลาภ — ตามคติของหลวงพ่อที่ว่า "ทำดีไว้ก่อน ทำดีไว้เยอะ ๆ"
ตำนานและเรื่องเล่า
เรื่องเล่าและความเชื่ออาจมีหลายสำนวน ที่เล่าไว้ตรงนี้คือสำนวนที่นิยมกัน







