เวียนสักการะพระธาตุดอยสุเทพ
กราบพระประธานและองค์พระธาตุ ตั้งจิตให้สงบ จากนั้นเดินเวียนโดยระวังไม่รบกวนผู้มาปฏิบัติธรรม หากไหว้ตามทิศให้ขอพรด้านปัญญา ความก้าวหน้า และความปลอดภัยในการเดินทางตามความตั้งใจ
วัดพระธาตุดอยสุเทพเป็นพระธาตุสำคัญคู่เมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนภูเขาที่มองเห็นตัวเมือง ผู้มาเยือนนิยมเดินขึ้นบันไดนาคหรือนั่งรถรางขึ้นไปสักการะ แล้วเวียนไหว้ตามทิศรอบองค์พระธาตุ แต่ละทิศมีความหมายต่างกันไป
วิธีไหว้และบทสวดด้านล่าง โปรดใช้วิจารณญาณประกอบ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถานที่
กราบพระประธานและองค์พระธาตุ ตั้งจิตให้สงบ จากนั้นเดินเวียนโดยระวังไม่รบกวนผู้มาปฏิบัติธรรม หากไหว้ตามทิศให้ขอพรด้านปัญญา ความก้าวหน้า และความปลอดภัยในการเดินทางตามความตั้งใจ
วัดพระธาตุดอยสุเทพมีจุดเริ่มต้นในรัชสมัยพระเจ้ากือนา กษัตริย์ราชวงศ์มังรายแห่งอาณาจักรล้านนา ราวปี พ.ศ. 1929 พระองค์ทรงปรารถนาให้ดินแดนล้านนาเป็นแหล่งสำคัญของพระพุทธศาสนา จึงอาราธนาพระมหาสุมนเถระจากกรุงสุโขทัยขึ้นมายังเชียงใหม่ ท่านเป็นเจ้าราชวงศ์พระร่วงและแตกฉานในพระไตรปิฎก พระสุมนเถระได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าติดตัวมาด้วย เมื่อพระเจ้ากือนาทรงดำริจะประดิษฐานพระธาตุไว้ในเมือง ระหว่างประกอบพิธีก็เกิดปาฏิหาริย์ขึ้น พระบรมสารีริกธาตุแสดงอภินิหารแยกออกเป็นสองส่วน เปล่งรัศมีสว่างไสว พระเจ้ากือนาทรงเห็นปาฏิหาริย์ดังนั้น จึงทรงปรึกษากับพระสุมนเถระว่า ควรประดิษฐานพระธาตุไว้คนละแห่ง พระธาตุองค์แรกนำไปบรรจุที่วัดสวนดอกใจกลางเมือง ส่วนพระธาตุองค์ที่สอง พระองค์ทรงเห็นว่าควรให้เทพยดาเลือกที่ตั้งเอง จึงทรงอัญเชิญใส่ผอบทองคำ ตั้งไว้บนหลังช้างเผือกมงคล แล้วทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่า "หากพระบรมสารีริกธาตุประสงค์จะสถิตอยู่ ณ ที่ใด ขอให้ช้างมงคลนี้หยุดเดินอยู่ที่แห่งนั้น" ช้างมงคลออกเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ค่อย ๆ ไต่ขึ้นสู่ "ดอยอุจฉุปัพพต" หรือดอยสุเทพในปัจจุบัน ขึ้นไปจนถึงยอดเขา จากนั้นเดินประทักษิณรอบลานบนยอดดอยถึง 3 รอบ แล้วคุกเข่าลง และล้มลงสิ้นใจ ณ ที่นั้น พระเจ้ากือนาทรงเห็นเป็นนิมิตว่า พระบรมสารีริกธาตุประสงค์จะสถิตอยู่ ณ ตำแหน่งนั้น จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขึ้น และสร้างวัดพระธาตุดอยสุเทพขึ้นบนยอดดอยแห่งนี้ในปี พ.ศ. 1929 นับถึงวันนี้วัดจึงมีอายุกว่า 600 ปี แต่เพราะวัดตั้งอยู่บนยอดดอย การขึ้นไปสักการะจึงไม่ง่าย คนสมัยก่อนต้องเดินเท้าฝ่าป่าเขาขึ้นไปหลายชั่วโมง บางครั้งก็ทั้งวัน จนกระทั่งปี พ.ศ. 2477 ครูบาศรีวิชัย "นักบุญแห่งล้านนา" ได้ปรารภที่จะสร้างถนนขึ้นสู่ดอยสุเทพเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้แสวงบุญ ท่านชักชวนพ่อค้าและประชาชนชาวเชียงใหม่ โดยมีเจ้าแก้วนวรัฐ ผู้ครองนครเชียงใหม่ในขณะนั้น เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ระดมกำลังคนนับหมื่นมาช่วยกันสร้างถนนด้วยจอบและเสียม ไม่ใช้เครื่องจักรหนักเลย ใช้เวลาเพียง 5 เดือน 22 วันก็แล้วเสร็จ ผู้คนเรียกถนนสายนี้ว่า "ถนนศรีวิชัย" สืบมาจนถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้ผู้ที่ขึ้นมาสักการะองค์พระธาตุจะต้องเดินขึ้นบันไดนาค 306 ขั้น ที่ทอดเลื้อยยาวขึ้นไปจนถึงลานพระเจดีย์ทอง จุดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่แสดงอภินิหารแยกองค์เมื่อกว่า 600 ปีก่อน ตามคติล้านนา วัดพระธาตุดอยสุเทพยังเป็น "พระธาตุประจำปีเกิดปีมะแม" คนเกิดปีแพะจึงนิยมมาสักการะให้ได้สักครั้งในชีวิต และเชื่อกันสืบมาว่าองค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์เรื่องบารมี ความสำเร็จ การเดินทางปลอดภัย และการเริ่มต้นกิจการใหม่
เรื่องเล่าและความเชื่ออาจมีหลายสำนวน ที่เล่าไว้ตรงนี้คือสำนวนที่นิยมกัน
ก่อนสอบเข้ามหาลัย ตั้งใจขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ บนไว้ว่าถ้าได้จะกลับมาแก้บน สอบติดเอกที่ต้องการเลย ปีต่อมาพาแม่ขึ้นไปด้วยตามสัญญา
เช็คอินตอนอยู่ที่นี่ แล้วรีวิวของคุณจะได้ตรา ✓ ไปจริง คนอ่านจะรู้ว่าเขียนจากคนที่มาถึงที่จริง
ส่งเข้าคิวให้ทีมตรวจสอบก่อนแก้ข้อมูลจริง
เนื้อหาและความเชื่อในหน้านี้มีไว้เป็นข้อมูลและแรงบันดาลใจ โปรดใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล