ก่อนจะมีเชียงใหม่ ที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงแถบนี้เป็นถิ่นของชาวลัวะ ตำนานเล่าว่าเมื่อชาวลัวะตั้งเวียงนพบุรีขึ้น บ้านเมืองกลับไม่สงบ ผู้คนเดือดร้อนจากภัยรอบด้าน จนพระอินทร์ทรงเมตตา ประทานเสาต้นหนึ่งลงมาค้ำฟ้าค้ำเมืองไว้ให้ ชื่อ “อินทขีล” จึงมาจากคำว่า อินท์ ที่แปลว่าพระอินทร์ กับ ขีล ที่แปลว่าเสา รวมแล้วแปลตรงตัวว่าเสาของพระอินทร์ และพระองค์ยังส่งกุมภัณฑ์สองตนลงมาเฝ้ารักษาเสาไว้ ให้บ้านเมืองมั่นคงตราบเท่าที่ยังมีคนดูแลบูชา หลุมที่ปักเสาต้นนั้นถือเป็นจุดกึ่งกลางของชุมชน คนล้านนาเรียกว่า “สะดือเมือง” เสาอินทขีลจึงไม่ใช่แค่หลักเมืองในความหมายราชการ แต่เป็นหมุดที่ยึดเมืองทั้งเมืองไว้กับฟ้า ส่วนองค์เจดีย์หลวงเริ่มสร้างในสมัยพญาแสนเมืองมา เพื่ออุทิศถวายพระราชบิดา แล้วขยายจนใหญ่ที่สุดในสมัยพระเจ้าติโลกราช สูงกว่า 80 เมตร เป็นเจดีย์ที่ใหญ่และสูงที่สุดของอาณาจักรล้านนาในเวลานั้น ระหว่าง พ.ศ. 2011 ถึง 2091 ราว 80 ปี พระแก้วมรกตเคยประดิษฐานอยู่ในซุ้มจระนำด้านทิศตะวันออกขององค์เจดีย์นี้ ก่อนจะอัญเชิญออกไปในภายหลัง พ.ศ. 2088 ในรัชสมัยพระนางจิรประภามหาเทวี เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ยอดเจดีย์หักโค่นลงมา เหลือความสูงราว 40.8 เมตรอย่างที่เห็นทุกวันนี้ การบูรณะครั้งหลังเลือกรักษาสภาพที่เหลือไว้ ไม่ต่อยอดขึ้นใหม่ เพราะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ายอดเดิมหน้าตาอย่างไร รอยหักที่ยังคาอยู่จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่า คนเชียงใหม่จำนวนไม่น้อยมองว่าเจดีย์ที่ยอดหักแต่ยังตั้งอยู่ได้ คือภาพแทนของเมืองที่ผ่านศึกและภัยธรรมชาติมาหลายรอบแล้วยังไม่ล้ม จึงนิยมมาขอพรเรื่องความมั่นคงและการตั้งหลักใหม่หลังเจอเรื่องหนัก ทุกปีปลายเดือนพฤษภาคม ก่อนเข้าฤดูฝน คนเชียงใหม่จะมาร่วมประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล นำดอกไม้ ธูปเทียน และน้ำขมิ้นส้มป่อยมาใส่ขันที่ตั้งเรียงรอบวิหาร เป็นการบอกกล่าวขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลและบ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข เป็นประเพณีที่มีที่วัดเจดีย์หลวงแห่งเดียวในประเทศไทย ปี 2569 จัดระหว่างวันที่ 13–19 พฤษภาคม และทำบุญออกอินทขีลวันที่ 20 พฤษภาคม ข้อที่คนมาใหม่มักไม่รู้คือ วิหารเสาอินทขีลห้ามผู้หญิงขึ้นบนฐานวิหารและเข้าไปด้านใน ไม่ว่าสัญชาติหรือศาสนาใด ตามความเชื่อที่ว่าใต้ฐานเสาบรรจุของศักดิ์สิทธิ์ตามตำราไว้จำนวนมาก ผู้หญิงที่มาไหว้จึงตั้งขันดอกและกราบจากด้านนอกวิหารแทน ซึ่งวัดถือว่าได้อานิสงส์เท่ากัน
ตำนานและเรื่องเล่า
เรื่องเล่าและความเชื่ออาจมีหลายสำนวน ที่เล่าไว้ตรงนี้คือสำนวนที่นิยมกัน













