ไหว้รูปหล่อหลวงปู่ทวดเพื่อความคุ้มครองและโชคลาภ
กราบสักการะรูปหล่อหลวงปู่ทวดในวิหาร 3 ครั้ง ตั้งจิตระลึกถึงคุณงามความดีของท่านและขอความคุ้มครอง โชคดี หรือสิ่งที่ปรารถนา ผู้ศรัทธานิยมนำรูปหล่อหลวงปู่ทวดเล็กๆ ไปกราบขอพรและถวายของที่ระลึก
วัดเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดปัตตานี มีชื่อเสียงระดับประเทศในฐานะสถานที่เกี่ยวข้องกับ «หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด» หรือ สมเด็จเจ้าพะโคะ พระเถระผู้ทรงฤทธิ์แห่งพุทธศตวรรษที่ 21 ซึ่งเชื่อกันว่ามีพลังอำนาจคุ้มครองปกปักรักษาอย่างศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง รูปหล่อและวัตถุมงคลหลวงปู่ทวดจากวัดช้างไห้เป็นที่นิยมและมีผู้ศรัทธามาแสวงบุญจากทั่วประเทศตลอดปี
วิธีไหว้และบทสวดด้านล่าง โปรดใช้วิจารณญาณประกอบ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถานที่
กราบสักการะรูปหล่อหลวงปู่ทวดในวิหาร 3 ครั้ง ตั้งจิตระลึกถึงคุณงามความดีของท่านและขอความคุ้มครอง โชคดี หรือสิ่งที่ปรารถนา ผู้ศรัทธานิยมนำรูปหล่อหลวงปู่ทวดเล็กๆ ไปกราบขอพรและถวายของที่ระลึก
หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด พระสงฆ์ผู้เป็นตำนานแห่งภาคใต้ มีนามเดิมว่า "ปู" บุตรของนายหูและนางจันทร์ ชาวบ้านวัดเลียบ เมืองสงขลา เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2125 ในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ตำนานเล่าว่า ขณะที่ท่านยังเป็นทารกในเปล มีงูจงอางตัวใหญ่เลื้อยขึ้นมาขดเป็นวงรอบเปล นางจันทร์ผู้เป็นมารดาตกใจกลัวจนเกือบเป็นลม จึงตั้งสัตยาธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ลูกชายปลอดภัย ทันใดนั้นงูจงอางก็คลายตัวออกจากเปลและเลื้อยจากไป ทิ้ง "ลูกแก้ว" ใสกระจ่างไว้ข้างเปลของเด็กน้อย — ลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์นี้ปัจจุบันยังคงประดิษฐานอยู่ที่วัดพะโคะ จังหวัดสงขลา เด็กชายปูเติบโตขึ้นเป็นเด็กที่มีปัญญาเฉียบแหลม เมื่ออายุ 15 ปีก็บวชเป็นสามเณรที่วัดดีหลวง สงขลา ต่อมาได้ไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่นครศรีธรรมราช ได้รับฉายา "สมเด็จเจ้าพะโคะ" และศึกษาพระไตรปิฎกจนแตกฉาน ปาฏิหาริย์ที่ทำให้ชื่อเสียงของท่านเป็นที่รู้จักทั่วประเทศ คือเหตุการณ์ขณะเดินทางไปยังกรุงศรีอยุธยาด้วยเรือสำเภาเพื่อศึกษาพระธรรมเพิ่มเติม ระหว่างทางเกิดพายุใหญ่ในทะเล เรือต้องลอยอยู่กลางทะเลหลายวัน น้ำจืดสำหรับดื่มหมดลง ลูกเรือต่างกระหายน้ำใกล้สิ้นใจ ท่านจึงทรงเมตตา หย่อนเท้าลงไปในน้ำทะเล แล้วบอกให้ลูกเรือลองตักน้ำในวงรัศมีนั้นมาดื่มดู เมื่อชิมดูปรากฏว่าน้ำเค็มกลายเป็นน้ำจืดดื่มกินได้ — เป็นที่มาของฉายาอันโด่งดังว่า "หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด" เมื่อเดินทางไปถึงกรุงศรีอยุธยา ท่านได้เข้าศึกษาพระธรรมและพระบาลีเพิ่มเติม จนได้เป็นพระเถระชั้นสูงในยุคนั้น ก่อนจะเดินทางกลับลงใต้ และไปเป็นเจ้าอาวาสที่วัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานี ในที่สุด เรื่องราวที่มาของวัดช้างไห้ก็เป็นตำนานในตัวเอง เล่ากันว่าครั้งหนึ่ง พระยาแก้มดำ เจ้าเมืองไทรบุรี ต้องการหาที่ตั้งเมืองใหม่ที่เป็นมงคล จึงปล่อยช้างเผือกเข้าป่าให้เลือกที่ตั้งเอง เมื่อช้างเดินไปถึงจุดหนึ่งในป่า ก็หยุดลงและส่งเสียงร้องดังกึกก้องถึงสามครั้ง พระยาแก้มดำเห็นเป็นนิมิตอันเป็นมงคล แต่น้องสาวของพระองค์เห็นว่าทำเลที่นี่ไม่เหมาะกับการตั้งเมือง พระองค์จึงโปรดให้สร้างเป็นวัดขึ้น ณ ที่แห่งนั้นแทน ตั้งชื่อตามเสียงร้องของช้างว่า "วัดช้างไห้" สืบมา หลวงปู่ทวดมรณภาพในวัย 100 ปี ที่ไทรบุรี (รัฐเคดะห์ ประเทศมาเลเซียในปัจจุบัน) เมื่อปี พ.ศ. 2225 แต่อัฐิของท่านได้ถูกอัญเชิญกลับมาบรรจุไว้ในเจดีย์ที่วัดช้างไห้ราษฎร์บูรณาราม ปัตตานี ในปี พ.ศ. 2497 พระอาจารย์ทิม ธมฺมธโร เจ้าอาวาสวัดช้างไห้ในขณะนั้น ได้จัดสร้างเหรียญและพระเครื่องหลวงปู่ทวดรุ่นแรกขึ้น เพื่อหาทุนบูรณะวัด ผู้ที่ได้พระเครื่องไปครอบครองต่างเล่าประสบการณ์ตรงกันว่าให้คุณด้านปาฏิหาริย์แคล้วคลาดจากภัยอันตรายในรูปแบบต่าง ๆ จนพระเครื่องของท่านได้รับการขนานนามว่าเป็น "สุดยอดพระเครื่องด้านแคล้วคลาด" ของเมืองไทยจนถึงทุกวันนี้ ทุกวันนี้ผู้คนนิยมเดินทางไปสักการะหลวงปู่ทวดที่วัดช้างไห้ราษฎร์บูรณาราม ปัตตานี เพื่อขอพรเรื่องการคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากภัยอันตราย การเดินทางปลอดภัย และความสำเร็จในธุรกิจ โดยเชื่อกันว่าบารมีของหลวงปู่ทวดยังคงคุ้มครองผู้ศรัทธาเช่นเดียวกับครั้งที่ท่านเหยียบน้ำทะเลจืดในเรือสำเภาเมื่อ 400 กว่าปีก่อน
เรื่องเล่าและความเชื่ออาจมีหลายสำนวน ที่เล่าไว้ตรงนี้คือสำนวนที่นิยมกัน
เช็คอินตอนอยู่ที่นี่ แล้วรีวิวของคุณจะได้ตรา ✓ ไปจริง คนอ่านจะรู้ว่าเขียนจากคนที่มาถึงที่จริง
ส่งเข้าคิวให้ทีมตรวจสอบก่อนแก้ข้อมูลจริง
เนื้อหาและความเชื่อในหน้านี้มีไว้เป็นข้อมูลและแรงบันดาลใจ โปรดใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล