ลอดหินเรือสำเภาขอสิริมงคลและโชคดี
กราบพระประธานและสักการะพญานาคสีทองด้วยความสำรวม จากนั้นตั้งจิตขอพรเรื่องการงาน ความก้าวหน้า โชคดี และความคุ้มครอง หากเดินลอดใต้ท้องหินให้ทำด้วยความระมัดระวังและไม่เบียดเสียดผู้มาเยือนคนอื่น
วัดภูตะเภาทอง อ.หนองวัวซอ วัดบนเทือกเขาภูพานที่คนมาลอดใต้ท้องหินเรือสำเภายักษ์อายุกว่า 2,500 ปี และกราบองค์พญามุจลินท์นาคราชสีทองเจ็ดเศียรที่เจ้าอาวาสสร้างตามนิมิต ธรรมเนียมคือตั้งจิตขอพรเรื่องการงานหรือโชคลาภก่อน แล้วเดินลอดใต้หินไปโผล่อีกฝั่ง ถือว่าได้ผ่านสำเภาทองให้ชีวิตราบรื่น ลานหินยังมีรอยฝ่ามือแดงยุคก่อนประวัติศาสตร์และบ่อน้ำสีฟ้าในซอกหินที่เล่ากันว่าเป็นประตูสู่เมืองลับแลของพญานาค วัดอยู่ในเส้นทางเที่ยวนคราธานีของอุดรธานี เปิดประมาณ 07:00-17:00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม
วิธีไหว้และบทสวดด้านล่าง โปรดใช้วิจารณญาณประกอบ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถานที่
กราบพระประธานและสักการะพญานาคสีทองด้วยความสำรวม จากนั้นตั้งจิตขอพรเรื่องการงาน ความก้าวหน้า โชคดี และความคุ้มครอง หากเดินลอดใต้ท้องหินให้ทำด้วยความระมัดระวังและไม่เบียดเสียดผู้มาเยือนคนอื่น
วัดภูตะเภาทองเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานในเขตตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว่า 15 ไร่ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ ตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2545 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 นับเป็นวัดที่อายุไม่มาก แต่สิ่งที่อยู่ในวัดกลับเก่าแก่กว่านั้นหลายพันปี ชื่อ "ตะเภาทอง" มาจากก้อนหินยักษ์บนลานหินของวัดที่มีรูปทรงเหมือนเรือสำเภากำลังแล่น ว่ากันว่าหินก้อนนี้มีอายุกว่า 2,500 ปี รอบ ๆ ยังมีก้อนหินรูปร่างแปลกตาอีกราว 30 ก้อน จนมีคำอธิบายว่าพื้นที่แถบนี้เคยเป็นทะเลมาก่อนแล้วยกตัวขึ้นเป็นลานหิน บนผิวหินบางก้อนปรากฏรอยฝ่ามือสีแดงของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งว่ากันว่าอยู่ในยุคเดียวกับภาพเขียนสีที่ผาแต้ม อายุราว 2,500-4,000 ปี ตำนานที่ชาวบ้านเล่าต่อกันคือใต้ภูเขาลูกนี้เป็นเมืองลับแลของพญานาค ส่วนบ่อน้ำสีฟ้าใสที่ขังอยู่ในซอกระหว่างหินสองก้อน เชื่อกันว่าเป็นประตูทางเข้าสู่เมืองบาดาลและขุมทรัพย์ของนาคราช เจ้าอาวาสเล่าว่าท่านได้นิมิตเห็นพญานาค จึงสร้างองค์พญามุจลินท์นาคราชสีทองเจ็ดเศียรขึ้นประดิษฐานไว้ข้างหินเรือสำเภา และตั้งแต่นั้นมาวัดก็กลายเป็นจุดที่คนสายมูจากทั่วอีสานเดินทางมาขอโชคลาภกันไม่ขาด ธรรมเนียมของที่นี่คือกราบพระประธานและสักการะองค์พญานาคด้วยดอกไม้ ธูป เทียน หรือพวงมาลัย ตั้งจิตอธิษฐานเรื่องการงาน ความก้าวหน้า หรือโชคลาภ แล้วเดินลอดใต้ท้องหินเรือสำเภาไปโผล่อีกฝั่ง ถือกันว่าเป็นการผ่านสำเภาทองให้ชีวิตราบรื่นและมีโชค เรื่องเล่าเหล่านี้เป็นความเชื่อพื้นถิ่นที่เล่าสืบกันมา ส่วนตัววัดเองก็อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวสายมู "นคราธานี" ด้วย
เรื่องเล่าและความเชื่ออาจมีหลายสำนวน ที่เล่าไว้ตรงนี้คือสำนวนที่นิยมกัน
เช็คอินตอนอยู่ที่นี่ แล้วรีวิวของคุณจะได้ตรา ✓ ไปจริง คนอ่านจะรู้ว่าเขียนจากคนที่มาถึงที่จริง
ส่งเข้าคิวให้ทีมตรวจสอบก่อนแก้ข้อมูลจริง
เนื้อหาและความเชื่อในหน้านี้มีไว้เป็นข้อมูลและแรงบันดาลใจ โปรดใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล