ตำนานหลวงพ่อโสธรเล่าสืบกันมาตั้งแต่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ในยุคที่ดินแดนสุวรรณภูมิเผชิญภัยสงคราม กล่าวกันว่ามีพระพี่น้อง 3 องค์ (บางตำราว่า 5 องค์) ที่พี่น้องผู้สร้างได้ร่วมกันหล่อขึ้นเพื่อบูชาพระพุทธศาสนา ทุกองค์มีพุทธลักษณะต่างปาง เมื่อเกิดสงครามและกองทัพพม่าใกล้เข้ามา ผู้สร้างเกรงว่าพระจะตกอยู่ในมือของข้าศึก จึงนำพระทั้งหมดซ่อนลงในแม่น้ำเพื่อให้พ้นภัย หลายปีต่อมา พระทั้งสามองค์เริ่มล่องลอยตามกระแสน้ำลงมาทางใต้ ไปปรากฏที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชาวบ้านพยายามยกขึ้นจากน้ำด้วยกำลังคนนับหมื่นนับแสน เล่ากันว่ารวมตัวกันถึง 300,000 คน — เป็นที่มาของชื่อ "สามแสน" หรือ "สามเสน" ในปัจจุบัน แต่ก็ไม่สามารถยกพระขึ้นได้สำเร็จ พระทั้งสามจมหายลงสู่น้ำอีกครั้ง ก่อนจะลอยแยกย้ายไปคนละสาย องค์หนึ่งคือ หลวงพ่อโต (ปางมารวิชัย) ลอยไปผุดขึ้นที่ปากคลองสำโรง ชาวบางพลีใช้แพลากขึ้นได้สำเร็จ ประดิษฐานที่วัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ; อีกองค์คือ หลวงพ่อบ้านแหลม (ปางอุ้มบาตร) ชาวบ้านแหลมที่ออกจับปลาได้ลากอวนติดพระขึ้นมา ประดิษฐานที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จังหวัดสมุทรสงคราม ส่วนองค์ที่สาม คือหลวงพ่อโสธร เป็นพระปางสมาธิ ลอยล่องลงมาทางแม่น้ำบางปะกง มาถึงบริเวณหน้าวัดหงส์ (ปัจจุบันคือวัดโสธรวรารามวรวิหาร) ชาวบ้านพยายามยกขึ้นจากน้ำหลายครั้ง ใช้ทั้งเชือก เรือ และกำลังคน แต่ก็ไม่สามารถยกขึ้นได้ จนกระทั่งพระอาจารย์ผู้หนึ่งได้ทำพิธีบวงสรวง และใช้เพียง "สายสิญจน์" คล้องที่พระหัตถ์ของพระพุทธรูป ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น พระค่อย ๆ ลอยขึ้นเหนือน้ำอย่างนุ่มนวล ชาวบ้านสามารถอัญเชิญขึ้นประดิษฐานในวัดได้สำเร็จ ความศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏชัดเจนเช่นนี้ทำให้ชาวบ้านขนานนามองค์พระว่า "พระพุทธโสธร" และเปลี่ยนชื่อวัดหงส์เป็น "วัดโสธร" — สื่อความหมายถึงความสำเร็จและมงคล เดิมหลวงพ่อโสธรเป็นพระพุทธรูปหินทรายขนาดไม่ใหญ่นัก หน้าตักประมาณ 1 ศอก 5 นิ้ว ภายหลังพระสงฆ์ในวัดเกรงว่าองค์พระจะถูกขโมยหรือเสียหาย จึงได้พอกปูนปิดทองครอบองค์เดิมไว้ ทำให้พระมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นหน้าตัก 3 ศอก 5 นิ้ว ดังที่เห็นในปัจจุบัน ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงโปรดเกล้าฯ ยกฐานะวัดเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ความเชื่อที่สืบกันมาคือ หลวงพ่อโสธรเด่นเรื่องการงาน การค้าขาย สุขภาพ การเดินทาง และแก้ชง ผู้ที่มาขอพรเมื่อสมหวังแล้วนิยมกลับมาแก้บนด้วย ไข่ต้ม พวงมาลัย และจ้างละครชาตรีรำถวายตามคำอธิษฐาน วัดได้กำหนดเทศกาลใหญ่ประจำปีคือ "งานนมัสการหลวงพ่อโสธร" ปีละ 3 ครั้ง คือกลางเดือน 5 (มาฆบูชา) กลางเดือน 12 (ลอยกระทง) และเทศกาลตรุษจีน เพื่อรำลึกถึงปาฏิหาริย์การลอยน้ำของท่าน
ตำนานและเรื่องเล่า
เรื่องเล่าและความเชื่ออาจมีหลายสำนวน ที่เล่าไว้ตรงนี้คือสำนวนที่นิยมกัน










