นั่งเรือไหว้พระกลางกว๊านขอใจสงบและคุ้มครอง
เมื่อถึงเกาะกลางน้ำให้กราบพระด้วยความสำรวม ตั้งจิตขอพรเรื่องใจสงบ ครอบครัวราบรื่น การเริ่มต้นใหม่ และการเดินทางปลอดภัย จากนั้นทำบุญตามศรัทธา
วัดติโลกอารามเป็นวัดกลางกว๊านพะเยาที่มีพระพุทธรูปหินทรายอายุกว่า 500 ปีประดิษฐานบนเกาะกลางน้ำ และเป็นจุดกำเนิดประเพณีเวียนเทียนทางน้ำที่มีชื่อเสียง ผู้มาเยือนนิยมขอพรเรื่องใจสงบ ความรักในครอบครัว การเริ่มต้นใหม่ และการเดินทางราบรื่น การไปสักการะต้องใช้บริการเรือ จึงควรตรวจสอบสภาพอากาศ ระดับน้ำ และรอบเรือก่อนเดินทาง
วิธีไหว้และบทสวดด้านล่าง โปรดใช้วิจารณญาณประกอบ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถานที่
เมื่อถึงเกาะกลางน้ำให้กราบพระด้วยความสำรวม ตั้งจิตขอพรเรื่องใจสงบ ครอบครัวราบรื่น การเริ่มต้นใหม่ และการเดินทางปลอดภัย จากนั้นทำบุญตามศรัทธา
วัดติโลกอารามสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2019–2029 ในรัชสมัยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ลำดับที่ 9 แห่งราชวงศ์มังราย ผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรล้านนา โดยทรงโปรดให้พระยายุทธิษถิระ เจ้าเมืองพะเยา เป็นผู้สร้างถวาย วัดได้รับการยกฐานะเป็น "พระอารามหลวง" และตั้งชื่อตามพระนามพระองค์ บริเวณที่ตั้งเดิมเรียกว่า "บวกสี่แจ่ง" (สระน้ำสี่มุม) ตำนานเก่าแก่ที่ชาวพะเยาเล่าสืบกันมาว่า ในคืนวันพระ ผู้คนแถบกว๊านพะเยาจะเห็น "ลูกแก้ว" ดวงสว่างไสวลอยขึ้นจากวัดติโลกอาราม พุ่งไปยังวัดอื่นๆ รอบกว๊าน แล้ววกกลับมาที่วัดต้นทาง ก่อนจะหายลับไปในความมืด ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของพระธาตุภายในวัด ในปี พ.ศ. 2482 กรมประมงได้สร้างประตูกั้นน้ำเพื่อกักเก็บน้ำสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทำให้พื้นที่ราบรอบลำน้ำอิงจมอยู่ใต้น้ำ กลายเป็น "กว๊านพะเยา" ดังที่เห็นในปัจจุบัน วัดติโลกอารามและชุมชนโบราณรอบๆ จมลงไปพร้อมกัน เหลือเพียงยอดเจดีย์ที่โผล่พ้นน้ำในฤดูแล้ง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2526 ระหว่างฤดูฝน ชาวประมงคนหนึ่งหลบพายุอยู่กลางกว๊าน พอใช้ไม้พายฟันลงไปก็กระทบกองหินใต้น้ำ ได้ยินเสียงโลหะดังกังวานผิดปกติ จึงดำลงไปสำรวจ พบว่าเป็นพระพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัย อายุกว่า 500 ปี ที่ฝังอยู่ในโคลน ชาวบ้านขนานนามว่า "หลวงพ่อศิลา" และร่วมกันอัญเชิญขึ้นมาเก็บรักษาที่วัดศรีอุโมงค์คำในเมืองพะเยา ปี พ.ศ. 2549 หลังจากผ่านไปกว่า 60 ปีที่หลวงพ่อศิลาจมอยู่ใต้น้ำ และอีก 23 ปีที่ต้องอยู่นอกที่เดิม ชาวพะเยาและทางการได้ร่วมกันสร้างมณฑปบนเกาะกลางน้ำ ณ ตำแหน่งเดิมของวัด แล้วอัญเชิญหลวงพ่อศิลากลับคืนสู่บ้านเดิม หนึ่งปีถัดมา ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ก็พบศิลาจารึกอักษรฝักขามใต้น้ำ บันทึกประวัติวัด ผู้อุปถัมภ์ ผู้สร้าง และพิธีกรรมทางศาสนา ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าวัดเก่าแก่กว่า 500 ปี ทุกวันนี้วัดติโลกอารามเป็นที่รู้จักในฐานะ "วัดกลางน้ำกว๊านพะเยา" ที่ต้องนั่งเรือไปสักการะ และเป็นที่จัดประเพณี "เวียนเทียนกลางน้ำ" ปีละ 3 ครั้ง ในวันมาฆบูชา วิสาขบูชา และอาสาฬหบูชา ผู้ร่วมงานนั่งเรือเวียนรอบเจดีย์กลางน้ำ นับเป็นประเพณีเวียนเทียนทางน้ำหนึ่งเดียวในประเทศไทย ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องใจสงบ การเริ่มต้นใหม่ ความรักในครอบครัว และการเดินทาง ด้วยความเชื่อว่าหลวงพ่อศิลาที่กลับคืนสู่บ้านเดิมหลังจมอยู่ใต้น้ำกว่า 60 ปี เป็นสัญลักษณ์ของการ "กลับมา" และการฟื้นคืนสิ่งที่หายไป
เรื่องเล่าและความเชื่ออาจมีหลายสำนวน ที่เล่าไว้ตรงนี้คือสำนวนที่นิยมกัน
เช็คอินตอนอยู่ที่นี่ แล้วรีวิวของคุณจะได้ตรา ✓ ไปจริง คนอ่านจะรู้ว่าเขียนจากคนที่มาถึงที่จริง
ส่งเข้าคิวให้ทีมตรวจสอบก่อนแก้ข้อมูลจริง
เนื้อหาและความเชื่อในหน้านี้มีไว้เป็นข้อมูลและแรงบันดาลใจ โปรดใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล